พระคัมภีร์พันธสัญญาเดิม อ่าน อิสยาห์ 3-5.30
บทที่ 3
1เพราะนี่แน่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธา
ทรงนำออกไปเสียจากเยรูซาเล็ม
และจากยูดาห์
ซึ่งเครื่องค้ำและเครื่องจุน
เครื่องค้ำอันเป็นอาหารทั้งหมด
และเครื่องค้ำอันเป็นน้ำทั้งหมด
2พวกทแกล้วและพวกทหาร
ผู้วินิจฉัยและผู้เผยพระวจนะ
ผู้ทำนายและพวกผู้ใหญ่
3นายห้าสิบ
และผู้มียศ
ที่ปรึกษาและคนเล่นกลที่มีฝีมือ
และคนชำนาญการทำอาถรรพณ์
4และเราจะกระทำให้เด็กๆเป็นเจ้านาย
ของเขา
และทารกจะปกครองเขา
5และประชาชนจะบีบบังคับกันและกัน
ทุกคนบีบบังคับเพื่อนของตน
และทุกคนบีบบังคับเพื่อนบ้านของตน
เด็กๆจะทะลึ่งต่อผู้ใหญ่
และคนถ่อยต่อคนผู้มีเกียรติ
6เมื่อใครคนหนึ่งไปยึดตัวพี่น้องของเขา
ในเรือนของบิดาของเขา กล่าวว่า
“เจ้ามีเสื้อคลุมอยู่แล้ว
เจ้าจงเป็นผู้นำของเรา
และซากที่อยู่นี้ จะอยู่ใต้กำมือของเจ้า”
7ในครั้งนั้นเขาจะคัดค้านว่า
“ข้าพเจ้าไม่ยอมเป็นผู้สมาน
ในเรือนของข้าพเจ้าไม่มีทั้งอาหาร
และเสื้อคลุม
ท่านจะตั้งข้าพเจ้าให้เป็น
ผู้นำของประชาชนไม่ได้”
8เพราะเยรูซาเล็มก็สะดุด
และยูดาห์ก็ล้มคว่ำ
เพราะว่าวาจาของเขาและการกระทำของเขาก็ต่อสู้พระเจ้า
กบฏต่อพระพักตร์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์
9ความลำเอียงของเขาเป็นพยานปรักปรำเขาทั้งหลาย
เขาป่าวร้องความผิดของเขาอย่างโสโดม
เขามิได้ปิดบังไว้
วิบัติแก่เขา
เพราะว่าเขาได้นำความชั่วร้ายมาเหนือตัวเขาเอง
10จงบอกคนชอบธรรมว่าเขาทั้งหลาย
จะเป็นสุข
เพราะเขาจะได้รับผลแห่งการกระทำ
ของเขา
11วิบัติแก่คนอธรรม ความร้ายจะตกแก่เขา
เพราะว่าสิ่งใดที่มือเขาได้กระทำ
เขาจะถูกกระทำเช่นกัน
12ส่วนชนชาติของเรา เด็กๆเป็นผู้บีบบังคับเขา
และผู้หญิงปกครองเหนือเขา
โอ ชนชาติของเราเอ๋ย ผู้นำของเจ้าทำเจ้าให้ผิด
และกระทำให้แนวทางของเจ้าสับสน
13พระเจ้าทรงเข้าประทับสู้ความ
พระองค์ประทับยืนพิพากษาชนชาติ
ของพระองค์
14พระเจ้าทรงเข้าพิพากษา
พวกผู้ใหญ่และเจ้านายชนชาติของพระองค์
“เจ้าทั้งหลายนี่แหละซึ่งได้กลืนกินสวนองุ่นเสีย
ของที่ริบมาจากคนจนก็อยู่ใน
เรือนของเจ้า
15ซึ่งเจ้าได้บีบคั้นชนชาติของเรา
และได้บดบี้หน้าของคนจนนั้น เจ้าหมายความว่ากระไร” พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ
16พระเจ้าตรัสว่า
เพราะธิดาทั้งหลายของศิโยนนั้นก็ผยอง
และเดินคอยืดคอยาว
ตาของเขาชม้อยชม้าย
เดินกระตุ้งกระติ้ง
ขยับเท้าให้มีเสียงกรุ๋งกริ๋ง
17พระเจ้าจะทรงให้เป็นชันนะตุ
ที่ศีรษะของบรรดาธิดาของศิโยน
และพระองค์จะทรงกระทำให้หน้าผากของเขาทั้งหลายโล้นไป
18ในวันนั้นพระเจ้าจะทรงนำเอาเครื่องวิจิตรงดงามไปเสีย คือกำไลข้อมือ ปันจุเหร็จ ตุ้มวงเดือน 19จี้ กำไลมือ ผ้าแถบ 20ผ้ามาลา กำไลต้นแขน ผ้าคาดเอว หีบเครื่องน้ำอบ ตะกรุดพิสมร 21แหวนตราและแหวนจมูก 22เสื้องานและเสื้อคลุม ผ้าคลุมและกระเป๋าถือ 23เสื้อผ้าโปร่ง เสื้อผ้าลินิน ผ้าโพกศีรษะและผ้าคลุมตัว
24แทนน้ำอบจะมีแต่ความเน่า
แทนผ้าคาดเอวจะมีเชือก
แทนผมดัดจะมีแต่ศีรษะล้าน
แทนเสื้องามล้ำค่า จะคาดเอวด้วยผ้ากระสอบ
แทนความงดงาม จะมีแต่ความขายหน้า
25พวกผู้ชายของเจ้าจะล้มลงด้วยดาบ
และทแกล้วทหารของเจ้าจะล้มในสงคราม
26ประตูของเธอจะร้องทุกข์และไว้ทุกข์
เธอจะถูกเปลือยแล้วนั่งอยู่บนดิน
บทที่ 4
1ในวันนั้นหญิงเจ็ดคนจะยึดชายคนหนึ่งไว้ กล่าวว่า “เราจะหากินของเรา หานุ่งหาห่มของเราเอง ขอเพียงให้เขาเรียกเราด้วยชื่อของเธอ ขอจงปลดความอดสูของเราเสีย” 2ในวันนั้นบรรดาสิ่งที่งอกเพราะพระเจ้าจะงดงามและรุ่งโรจน์ และพืชผลของแผ่นดินนั้นจะเป็นความภูมิใจ และเป็นเกียรติของอิสราเอลผู้รอดตายมา 3และคนที่เหลืออยู่ในศิโยนและค้างอยู่ในเยรูซาเล็ม เขาจะเรียกว่าบริสุทธิ์ คือทุกคนผู้มีชื่อในทะเบียนชีวิตในเยรูซาเล็ม 4ในเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงล้างความโสโครกของ ธิดาทั้งหลายของศิโยน และชำระรอยโลหิตของเยรูซาเล็มจากท่ามกลางเมืองนั้น ด้วยอานุภาพแห่งการพิพากษาและด้วยอานุภาพของการเผา 5และพระเจ้าจะทรงสร้างเมฆเพื่อกลางวันควันและแสงแห่ง เปลวเพลิงเพื่อกลางคืน เหนือสถานทั้งสิ้นของภูเขาศิโยนและเหนือประชุมชนเมืองนั้น เพราะจะมีหลังคาและกระโจมเหนือพระสิริ ทั่วสิ้น 6จะเป็นร่มกลางวันบังแดดและเป็นที่ลี้ภัยและที่ กำบังพายุและฝน
บทที่ 5
1ขอให้ข้าพเจ้าร้องเพลงถึงที่รักของข้าพเจ้า
เป็นเพลงของที่รักของข้าพเจ้าเกี่ยวกับสวนองุ่นของ ท่าน
ที่รักของข้าพเจ้ามีสวนองุ่นแปลงหนึ่ง
อยู่บนเนินเขาอันอุดมยิ่ง
2ท่านขุดแล้วเก็บก้อนหินออกหมด
และปลูกเถาองุ่นอย่างดีไว้
ท่านสร้างหอเฝ้าไว้ท่ามกลาง
และสะกัดบ่อย่ำองุ่นไว้ในสวนนั้นด้วย
ท่านมุ่งหวังว่ามันจะบังเกิดลูกองุ่น
แต่มันบังเกิดลูกเถาเปรี้ยว
3บัดนี้ ชาวเยรูซาเล็ม
และคนยูดาห์เอ๋ย
ขอตัดสินระหว่างเรา
และสวนองุ่นของเรา
4มีอะไรอีกที่จะทำได้เพื่อสวนองุ่นของเรา
ซึ่งเรายังไม่ได้ทำให้
ก็เมื่อเรามุ่งหวังว่ามันจะบังเกิดลูกองุ่น
ไฉนมันจึงเกิดลูกเถาเปรี้ยว
5บัดนี้เราจะบอกเจ้าทั้งหลายให้
ว่าเราจะทำอะไรกับสวนองุ่นของเรา
เราจะรื้อรั้วหนามของมันเสีย
แล้วมันก็จะถูกเผา
เราจะพังกำแพงของมันลง
มันก็จะถูกเหยียบย่ำลง
6เราจะกระทำมันให้เป็นที่ร้าง
จะไม่มีใครลิดแขนงหรือพรวนดิน
หนามย่อยหนามใหญ่ก็จะงอกขึ้น
และเราจะบัญชาเมฆ
ไม่ให้โปรยฝนรดมัน
7เพราะว่าสวนองุ่นของพระเจ้าจอมโยธา
คือเชื้อวงศ์อิสราเอล
และคนยูดาห์
เป็นหมู่ไม้ที่พระองค์ทรงชื่นพระทัย
และพระองค์ทรงมุ่งหวังความยุติธรรม
แต่ ดูเถิด มีแต่การนองเลือด
หวังความชอบธรรม
แต่ ดูเถิด เสียงร้องให้ช่วย
8วิบัติแก่ผู้เหล่านั้นที่เสริมบ้านหลังหนึ่ง เข้ากับอีกหลังหนึ่ง
และเสริมนาเข้ากับนา
จนไม่มีที่อีกแล้ว
และเจ้าทั้งหลายต้องอยู่ลำพัง
ในท่ามกลางแผ่นดินนั้น
9พระเจ้าจอมโยธาทรงกล่าวให้ข้าพเจ้า
ได้ยิน
“แน่ทีเดียวบ้านหลายหลังจะต้องร้างเปล่า
บ้านใหญ่บ้านงามจะไม่มีคนอาศัย
10เพราะว่าสวนองุ่นยี่สิบห้าไร่จะได้ผลแต่เพียงบัทเดียว
และเมล็ดพืชหนึ่งโฮเมอร์จะให้ผลแต่เอฟาห์เดียว”
11วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ลุกขึ้นแต่เช้ามืด
เพื่อวิ่งไปตามเมรัย
ผู้เฉื่อยแฉะอยู่จนดึก
จนเหล้าองุ่นทำให้เขาเมาหยำเป
12เขามีพิณเขาคู่และพิณใหญ่
รำมะนา ขลุ่ยและเหล้าองุ่น ณ การเลี้ยงสัตว์ของเขา
แต่เขาทั้งหลายมิได้เอาใจใส่ในพระราชกิจของพระเจ้า
หรือพิจารณาพระหัตถกิจของพระองค์
13เพราะฉะนั้นชนชาติของเราจึงตกไปเป็นเชลย
เพราะขาดความรู้
ผู้มีเกียรติของเขาก็หิวแย่
และมวลชนของเขาก็แห้งผากไปเพราะความกระหาย
14เพราะฉะนั้นแดนคนตายก็ขยายคอของมันออก
และอ้าปากเสียเกินขนาด
และพวกเจ้านายของเยรูซาเล็ม และมวลชนของเมืองนั้นก็ลงไป
ทั้งคนของเมืองนั้นและเขาผู้ลิงโลดอยู่ในนั้น
15มนุษย์ต้องกราบลงและคนก็ตกต่ำ
และนัยน์ตาของผู้ผยองก็ถูกลดต่ำ
16แต่พระเจ้าจอมโยธาได้รับการเทิดทูน ไว้โดยความยุติธรรม
และพระเจ้าองค์บริสุทธิ์ได้ทรงสำแดงความบริสุทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์โดยความชอบธรรม
17แล้วลูกแกะจะเที่ยวหากินที่นั่นเหมือนเป็นลานหญ้าของมัน
สัตว์ที่อ้วนและลูกแพะจะหากินอยู่ในที่ปรักหักพัง
18วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ลากความบาปผิด ด้วยสายของความเท็จเทียม
ผู้ลากบาปอย่างกับใช้เชือกโยงเกวียน
19ผู้กล่าวว่า “ให้พระองค์รีบร้อน
ให้พระองค์เร่งงานของพระองค์
เพื่อเราจะได้เห็น
ให้พระประสงค์ขององค์ผู้บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลเสด็จมาใกล้
ขอให้มา เพื่อเราจะได้รู้”
20วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่เรียกความชั่วร้ายว่าความดี
และความดีว่าความชั่วร้าย
ผู้ถือเอาว่าความมืดเป็นความสว่าง
และความสว่างเป็นความมืด
ผู้ถือเอาว่าความขมเป็นความหวาน
และความหวานเป็นความขม
21วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ฉลาดในสายตา
ของตัว
และเฉียบแหลมในสายตาของตน
22วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่เป็นวีรชนในการดื่มเหล้าองุ่น
และเป็นคนแกล้วกล้าในการประสมเมรัย
23ผู้ปล่อยตัวคนทำผิดเพราะเขารับสินบน
และเอาความยุติธรรมไปจากผู้ไร้ความผิด
24ดังนั้น เปลวเพลิงกลืนตอข้าวฉันใด
และหญ้าแห้งยุบลงในเพลิงฉันใด
รากของเขาก็จะเป็นเหมือนความเน่าเปื่อย
และดอกบานของเขาจะฟุ้งไป เหมือนผงคลีฉันนั้น
เพราะเขาทั้งหลายปฏิเสธไม่รับพระธรรมของพระเจ้า จอมโยธา
และได้ดูหมิ่นพระวจนะขององค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล
25เหตุฉะนั้น พระพิโรธของพระเจ้าจึงพลุ่งขึ้นต่อชนชาติของพระองค์
และพระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ ของพระองค์ออกสู้เขาและตีเขา
และภูเขาทั้งหลายก็สั่นสะเทือน
และซากศพของเขาทั้งหลายก็เหมือนขยะ
ในกลางทาง
ถึงกระนั้นก็ดี พระพิโรธของพระองค์ก็มิได้หันกลับ
และพระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังเหยียดออกอยู่
26พระองค์จะทรงยกอาณัติสัญญาให้แก่ประชาชาติที่ห่างไกล
และทรงผิวพระโอษฐ์เรียกเขามาจากที่สุดปลาย แผ่นดินโลก
และนี่แน่ะ เขามาอย่างเร็วและรีบเร่ง
27ไม่มีผู้ใดในพวกเขาอ่อนเปลี้ย ไม่มีผู้ใดสะดุด
ไม่มีผู้ใดหลับสนิทหรือนิทรา
ผ้าคาดเอวสักผืนหนึ่งก็ไม่หลุดลุ่ย
สายรัดรองเท้าก็ไม่ขาดสักสายหนึ่ง
28ลูกธนูของเขาก็แหลม
คันธนูของเขาก็โก่งไว้
กีบม้าทั้งหลายของเขาเหมือนกับหินเหล็กไฟ
และล้อของเขาทั้งหลายเหมือนลมบ้าหมู
29เสียงคำรามของเขาเหมือนสิงห์
เหมือนสิงห์หนุ่ม เขาเหล่านั้นคำราม
เขาจะคำรนและตะครุบเหยื่อของเขา
และเขาจะขนเอาไปเสีย และไม่มีผู้ใดช่วยเขา
30ในวันนั้นเขาทั้งหลายจะคำรนเหนือ
เหยื่อนั้น
เหมือนเสียงคะนองของทะเล
และถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใดมองที่แผ่นดิน
ดูเถิด ความมืดและความทุกข์ใจ
และสว่างก็ถูกเมฆของแผ่นดินบดบังเสีย
พันธสัญญาใหม่ อ่าน 2 โครินธ์ 11.1-5
บทที่11
1ข้าพเจ้าอยากจะขอให้ท่านทนฟังความเขลาของข้าพเจ้าสักหน่อยหนึ่ง แต่ที่จริงท่านก็ทนอยู่แล้ว 2เพราะว่าข้าพเจ้าหวงแหนท่านอย่างที่พระเจ้าทรงหวงแหน เพราะว่าข้าพเจ้าได้หมั้นพวกท่านไว้สำหรับสามีผู้เดียว เพื่อถวายพวกท่านให้แก่พระคริสต์เป็นพรหมจารีบริสุทธิ์ 3แต่ข้าพเจ้าเกรงว่า งูนั้นได้ล่อลวงนางเอวาด้วยอุบายของมันฉันใด จิตใจของท่านก็จะถูกล่อลวงให้หลงไปจากความสัตย์ซื่อ และความบริสุทธิ์ต่อพระคริสต์ฉันนั้น 4เพราะว่าถ้าคนใดจะมาเทศนาสั่งสอนถึงพระเยซูอีกองค์หนึ่ง ซึ่งแตกต่างกับที่เราได้เทศนาสั่งสอนนั้น หรือถ้าท่านจะรับพระวิญญาณ ซึ่งแตกต่างกับที่ท่านได้รับแต่ก่อน หรือรับกิตติคุณซึ่งแตกต่างกับที่ท่านได้รับไว้แล้ว แหม ท่านทั้งหลายช่างอดทนสนใจฟังเขาเสียจริงๆ 5เพราะข้าพเจ้าคิดว่า ข้าพเจ้าไม่ด้อยกว่าอัครทูตชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้นแม้แต่น้อยเลย
สดุดี 53.1-6
Chapter 53
1 คนโง่รำพึงอยู่ในใจของตนว่า “ไม่มีพระเจ้า”
เขาทั้งหลายก็เสื่อมทรามกระทำ ความบาปผิดที่น่าเกลียดน่าชัง
ไม่มีสักคนเดียวที่กระทำดี
2พระเจ้าทรงมองลงมาจากฟ้าสวรรค์
ดูบุตรชายทั้งหลายของมนุษย์
ว่าจะมีคนใดบ้างที่ฉลาด
ที่เสาะหาพระเจ้า
3เขาทั้งหลายก็ถดถอยไปหมด
เขาทั้งหลายก็เสื่อมทรามเหมือนกันสิ้น
ไม่มีสักคนเดียวที่กระทำดี
ไม่มีเลย
4เหล่าคนที่กระทำชั่วไม่รู้หรือ
คือผู้ที่กินประชากรของเราอย่างกินขนมปัง
และไม่ร้องทูลพระเจ้า
5เขาทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นอย่างสยดสยองเป็นที่ยิ่ง
สยดสยองอย่างที่ไม่เคยเป็น
เพราะพระเจ้าจะทรงกระจายกระดูก ของคนที่ตั้งค่ายสู้เจ้า
พระองค์ทรงให้เขาทั้งหลายได้อาย
เพราะพระเจ้าทรงปฏิเสธเขา
6ขอการช่วยกู้เพื่ออิสราเอลมาจากศิโยนเสียทีเถิด
เมื่อพระเจ้าทรงให้ประชากรของพระองค์กลับสู่สภาพดี
ยาโคบจะเปรมปรีดิ์ อิสราเอลจะยินดี
สุภาษิต 22.28-29
28อย่าย้ายหลักเขตเก่าแก่
ซึ่งบรรพบุรุษของเจ้าได้ปักไว้
29เจ้าเห็นคนที่มีฝีมือในงานของเขาหรือ
เขาจะได้เข้าเฝ้าพระราชา
เขาจะยืนอยู่ต่อหน้าคนที่มีชื่อเสียง
No comments:
Post a Comment